กำเนิดบ้านเซเวียร์

กำเนิดบ้านเซเวียร์

 

 

            ในปี ค.ศ. 1957 (พ.ศ. 2500) คณะเยสุอิตในประเทศไทยได้รับเงินสนับสนุนจากสมณกระทรวงเผยแพร่ความเชื่อ (Propaganda Fidei) ที่กรุงโรม มากพอที่จะสามารถมีบ้านบนที่ดินของคณะฯเอง หลังจากมองหาที่เหมาะสมอยู่นาน จนกระทั่งช่วงสัปดาห์สมโภชปัสกา คณะฯก็ได้เห็นพ้องต้องกันว่า ที่ดินใกล้กับอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิเป็นสถานที่ที่หมาะสมที่สุด ดังนั้นในวันที่ 12 เมษายน 1958 (พ.ศ. 2501) จึงได้มีการเซ็นสัญญาซื้อที่ดินด้วยเงินทั้งหมดที่ได้รับมาจากกรุงโรม

 

                ต่อมาคณะเยสุอิตในประเทศจีนได้ช่วยสนับสนุนการก่อสร้างวัดและบ้านพักพระสงฆ์ ทั้งสองหลังเป็นเรือนไม้ โดยนำไม้ส่วนหนึ่งมาจากการรื้อบ้านที่ราชดำริ คณะฯได้ย้ายมาอยู่ที่ใหม่นี้ในวันที่ 20 ธันวาคมปีนั้นเอง เรียกบ้านใหม่นี้ว่า บ้านนักบุญฟรังซิส เซเวียร์ (St Francis Xavier Residence) หรือ “บ้านเซเวียร์” (Xavier Hall) เพื่อเป็นเกียรติแด่ท่านนักบุญฟรังซิส เซเวียร์ ธรรมทูตผู้ยิ่งใหญ่แห่งเอเชีย ผู้ร่วมก่อตั้งคณะเยสุอิต

 

                หลังจากนั้น ในปี ค.ศ. 1961 (พ.ศ. 2504) อาคารหอพักนักศึกษาซึ่งเป็นตึกสี่ชั้น ได้สร้างเสร็จด้วยการสนับสนุนด้านงบประมาณจากคณะเยสุอิตในประเทศจีน โดยตึกนี้มีชื่อว่า อาคารเชรุตตี ตามชื่อของคุณพ่อเปโตร เชรุตตี เยสุอิตท่านแรกที่กลับเข้ามาในประเทศไทย

 

                ในปี ค.ศ. 1967 (พ.ศ. 2510) ได้มีการซื้อที่ดินเพิ่มทางฝั่งตะวันตกของที่ดินเดิม
                ปี ค.ศ. 1971 (พ.ศ. 2514) มีการรื้อบ้านพักที่เป็นเรือนไม้สองชั้นหลังเก่า และมาสร้างเป็นบ้านพักพนักงานบนที่ดินที่เพิ่งซื้อใหม่ ในขณะเดียวกันก็ได้สร้างอาคารคอนกรีตสี่ชั้นขึ้นเป็นบ้านพักพระสงฆ์ในที่ดินผืนเดิม วัดไม้หลังเก่าก็ถูกแทนที่ด้วยวัดหลังใหม่ บนสถานที่ที่เคยเป็ฯสระน้ำขนาดเล็ก และบนที่ดินฝั่งตะวันตกนี้ ก็ได้มีการสร้างอาคารที่ใช้เป็นศูนย์นิสิตนักศึกษาคาทอลิก การก่อสร้างศูนย์นักศึกษาคาทอลิก รวมทั้งอุปกรณืเครื่องใช้ภายในอาคารนี้ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก Misereor ประเทศเยอรมณี ประมาณร้อยละ 75 ส่วนวัดและบ้านพักพระสงฆ์ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก สภาพระสังฆราชคาทอลิกแห่งประเทศเยอรมัน ประมาณร้อยละ 66

 

                ในการก่อสร้างวัดใหม่นี้เอง ได้มีการนำอิฐแห่งประวัติศาสตร์สองก้อน ที่มีอายุประมาณ 400 ปี มาบรรจุในสิ่งก่อสร้างใหม่ อิฐก้อนหนึ่งได้นำมาจากวัดของคณะเยสุอิตในสมัยกรุงศรีอยุธยา และอีกก้อนหนึ่งนำมาจากบ้านพักซานเปาโลของคณะเยสุอิตที่ลพบุรี โดยได้แทรกไว้ในกำแพงหน้าวัดตรงกลางระหว่างบันไดทั้งสองข้าง เหนือบ่อปลาเล็กๆ

 

                ณ เวลานั้น ถือได้ว่าคณะเยสุอิตในประเทศไทย ได้ลงหลักปักฐานในบ้านของตัวเองแล้ว อันเป็นฐานที่จะสามารถทำงานและวางแผนสำหรับอนาคตที่ดีกว่าที่ผ่านมา

 

กลับ