คณะเยสุอิตในประเทศไทย ยุคที่ 2 (ค.ศ. 1954-2004)

 การกลับมาอีกครั้งของคณะเยสุอิตในประเทศไทย

 

                ในปี คริสตศักราช 1954 (พ.ศ. 2497) คณะเยสุอิตได้รับการเชิญจาก พระสังฆราช หลุยส์ โชแรง แห่งสังฆมณฑลกรุงเทพฯ ให้ส่งสมาชิกคณะเยสุอิตให้มาทำงานอภิบาลในประเทศไทย มหาอธิการคณะเยสุอิตในขณะนั้นจึงได้ตอบจดหมายกลับมาว่า เนื่องจากขณะนี้มีสมาชิกคณะเยสุอิตจำนวนมากถูกขับออกจากประเทศจีน น่าจะเป็นโอกาสดีที่จะรับพระสงฆ์เหล่านั้นมาทำงานในประเทศไทย และขอให้พระคุณเจ้าหลุยส์ โชแรงติดต่อกับคุณพ่อพอล โอไบรอัน, เอส.เจ. เจ้าคณะแขวงเยสุอิตแห่งประเทศจีน ซึ่งคุณพ่อพอลได้ตอบรับคำเชิญดังกล่าว โดยมีข้อความจดหมายตอบรับ ดังนี้

 

Hsinchu, Formosa
August 6, 1954

                “To His Excellency Msgr. Louis Chorin. Bishop of Bangkok

                To answer the desire and invitation of His Excellency, Msgr. Louis Chorin, Bishop of Bangkok, who is asking the Society of Jesus to share in the evangelization of his Vicariate, namely in what regards the Apostolate of the University Students and other people of the same cultural “milieu” (class), the Society of Jesus respectfully ask for the permission to establish, in accordance with Can. 479 of the Code of Canon Law, a Religious House in Bangkok, so that the Society may perform the ministries according to its Institute.

                                                                                                                                Your servant in Christ,
                                                                                                                                Paul W. O ‘Brien, S.J.,
                                                                                                                                Vice Visitor of the China Missions”

 

 

                ซึ่งพระคุณเจ้าหลุยส์ โชแรงก็อนุญาตคณะเยสุอิตเข้ามาปฏิบัติภารกิจและเปิดบ้านของคณะเยสุอิตขึ้นในประเทศไทยได้ ด้วยการตอบจดหมายกลับไปสั้นๆ

 

                “Most heartedly we give our agreement to this request of the Society of Jesus, to establish in Bangkok (Siam), a religious House.
                                                                                                                                Bangkok 14 August 1954
                                                                                                                                +Louis Chorin, Bishop,
                                                                                                                                Vicar Apostolic of Bangkok”

               

                จากจดหมายทั้งสองฉบับนี้ ประเทศไทยจึงมีโอกาสได้ต้อนรับคุณพ่อเปโตร เชรุตตี, เอส.เจ. เยสุอิตชาวอิตาเลียนวัย 45 ปี ที่ได้ล่องเรือมาจากมาเก๊า มายังท่าเรือคลองเตย ในเย็นวันที่ 17 พฤศจิกายน ค.ศ.1954 (พ.ศ. 2497) โดยท่านรับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก คุณพ่อลาร์ค, เอม.อี.พี. และคุณพ่อกาเบรียล โรเชรู, เอม.อี.พี. ส่วนพระสังฆราชโชแรงเองก็ได้มารอต้อนรับคุณพ่อเชรุตตีด้วย แต่เนื่องจากเรือเข้าถึงฝั่งช้ากว่ากำหนดมาก พระคุณเจ้าโชแรงจึงได้กลับไปก่อน แต่ก็ได้ทิ้งรถยนต์ส่วนตัวไว้เพื่อบริการต้อนรับคุณพ่อเชรุตตี นี่ถือเป็นการเริ่มต้นประวัติศาสตร์การกลับเข้ามาในประเทศไทยเป็นครั้งที่สองของคณะเยสุอิต หลังจากที่คณะเยสุอิตได้หายไปจากสยามเกือบสองร้อยปี เมื่อปีคริสตศักราช 1767 (พ.ศ. 2310)

                การต้อนรับอย่างให้เกียรติเป็นพิเศษยังคงดำเนินต่ออีก เมื่อสี่วันต่อมา พระคุณเจ้าหลุยส์ โชแรง ได้พาคุณพ่อเชรุตตีเที่ยวชมกรุงเทพฯด้วยรถของพระคุณเจ้าเอง

                 และ 10 วันต่อมา  คุณพ่อโจเซฟ ดูนาฮู เยสุอิตชาวอเมริกัน อายุ 40 ปี ก็เดินทางมาสมทบกับคุณพ่อเชรุตตี ซึ่งในช่วงแรก คุณพ่อเยสุอิตทั้งสองท่านพักอยู่ที่สำนักพระสังฆราช
ต่อมา วันทื่ 3 มกราคม ค.ศ.1955 (พ.ศ.2498) จึงได้ย้ายมาอยู่บ้านเช่าเป็นบ้านไม้สองชั้น เลขที่ 14/7 ถนนราชปรารภ

                หลังจากนั้นไม่นาน ได้มีเยสุอิตจากหลายประเทศได้เดินทางเข้ามาร่วมสมทบในเวลาไล่เลี่ยกัน เช่นสมาชิกคนที่สาม คือ คุณพ่อจอร์จ มาแรง(ชาวฝรั่งเศส-อเมริกัน อายุ 60 ปี อายุมากที่สุดในกลุ่ม) คนที่สี่ คือ คุณพ่ออัลเฟรด บอนแนงค์ (ชาวฝรั่งเศส อายุ 47 ปี) คุณพ่ออูแจน เดอนีย์ (ชาวฝรั่งเศส อายุ 30 ปี) ได้มาถึงในช่วงปลายปี ค.ศ. 1955 (พ.ศ. 2498)

 

                 ในช่วงแรกนี้ คุณพ่ออธิการเห็นว่าควรให้ความสำคัญกับการเรียนภาษาไทยก่อน คุณพ่อทุกท่านจึงขะมักเขม้นในการเรียนภาษาไทย โดยเรียนที่โรงเรียนอัสสัมชัญศรีราชา เรียนด้วยคู่มือ เทปเสียง ครู และฝึกพูดกับบรรดาเด็กนักเรียนที่อยู่ประจำที่โรงเรียน ด้วยการดูแลช่วยเหลือจากพี่น้องภารดาแห่งคณะเซนต์เกเบรียล และคุณพ่อก็ได้ทำหน้าที่จิตตาธิการที่โรงเรียนนี้ด้วย คุณพ่อทุกท่านเรียนกันมาแบบนี้ จนกระทั่ง ปี ค.ศ. 1963 (พ.ศ. 2511) คุณพ่ออิเคอร์ วิลลานูเอวา เป็นคนแรกที่เข้าเรียนภาษาไทยในโรงเรียนภาษาไทยของโปรเตสแตนท์ที่กรุงเทพฯ และคุณพ่อคนอื่นๆ ที่มาในภายหลังก็เรียนภาษาไทยที่โรงเรียนนี้

 

                  มาถึงปลายปี ค.ศ. 1955 บรรดาคุณพ่อได้ย้ายมาเช่าบ้านหลังใหญ่ขึ้น ที่บ้านเลขที่ 131 ถนนราชดำริ ใกล้ๆที่แยกราชประสงค์ อาณาบริเวรประมาณ 3,000 ตารางเมตร กว้างขวางพอสมควร มีบ้านหลังใหญ่หนึ่งหลัง แต่บ้านนี้ไม่ใหญ่พอสำหรับกิจการที่คณะตั้งใจจะทำ จึงตกลงกันกับเจ้าของบ้าน ขอสร้างโบสถ์และบ้านขึ้นอีกหนึ่งหลังด้วย ทั้งสองหลังเป็นเรือนไม้ เผื่อว่าเมื่อคณะจะต้องย้ายบ้านอีก ก็สามารถที่จะรื้อบ้านสองหลังนี้ไปสร้างในที่แห่งใหม่ได้

 

                งานด้านการอภิบาลนิสิตนักศึกษาค่อยๆ เริ่มขึ้นด้วยความช่วยเหลืออย่างดีจากบรรดานักบวชหญิงชายซึ่งทำงานบริหารโรงเรียนคาทอลิกอยู่ ทำให้สามารถรวบรวมรายชื่อเยาวชนคาทอลิกที่กำลังศึกษาอยู่ในมหาวิทยาลัยต่างๆได้ราว 200 รายชื่อ คุณพ่อเยสุอิตได้ส่งจดหมายเชิญทุกคนให้มาพบปะประชุมกัน มีนิสิตนักศึกษาประมาณ 60 คนมาร่วมประชุม ในวันอาทิตย์ที่ 1 กรกฏาคม ค.ศ.1956 (พ.ศ.2499) นับเป็นการประชุมครั้งแรกของงานอภิบาลนิสิตนึกศึกษาคาทอลิกในประเทศไทยของคณะเยสุอิตหลังจากพิธีมิสซาทุกคนร่วมทานอาหารด้วยกัน พูดคุยทำความรู้จัก สร้างความคุ้นเคยกันและคุณพ่อได้มีเสนอให้มีการรวมกลุ่มกันนองนิสิตนักศึกษาคาทอลิก จึงเกิดการก่อตั้งกลุ่มที่ใช้ชื่อว่า “ศูนย์กลางนิสิตนักศึกษาคาทอลิก” (University Students’ Catholic Center – USCC) โดยมีคุณพ่อเดอนีส์ เป็นจิตตาธิการคนแรก หลังจากนั้น ได้มีการมาประชุมร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ เดือนละครั้ง

 

 

การกลับมาของคุณเยสุอิตในประเทศไทยครั้งนี้เป็นจุดเริ่มต้นของหลายสิ่งหลายอย่างมากมาย ดังนี้
เริ่มเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย
กำเนิดบ้านเซเวียร์
งานนักศึกษาและกลุ่มวิชาชีพ
งานหอพัก
งานอภิบาลด้านสังคม
งานด้านการส่งเสริมชีวิตจิต
การอบรมผู้เตรียมตัวบวชเป็นพระสงฆ์และนักบวช

 ที่มา : สุวรรณสมโภชคณะเยสุอิตแห่งประเทศไทย

60 ปี คณะเยสุอิตในประเทศไทย